วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

นายเจริญ ติปัญโญ

ประวัติ

1. ประวัติส่วนตัว
ชื่อ/นามสกุล นาย เจริญ ติปัญโญ
วัน/เดือน/ปี เกิด 12 กรกฎาคม 2496 อายุ 56 ปี
เชื้อชาติ/สัญชาติ/ศาสนา ไทย /ไทย / พุทธ
สถานภาพ -
เลขบัตรประชาชน 3 – 5099 – 00877 – 95 - 1
ชื่อบิดา/มารดา นาย จู ติปัญโญ / นาง แก้วลูน ติปัญโญ
หมู่เลือด โอ
อาชีพ ค้าข้าย
ภูมิลำเนา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 46/2 หมู่ที่ 5 บ้านหัวทุ่ง ตำบลทรายมูล
อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130
หมายเลขโทรศัพท์ 053-332418 แฟ๊กซ์ 053-332597 มือถือ 081-6714736
E-mail JR-2496 @hotmail.com
2. ประวัติการศึกษา
ประถมศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดทรายมูล (2507)
ประถมศึกษาปีที่ 7 โรงเรียนคันธานุสรณ์ (2510)
มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาปีที่3 (มศ.3)โรงเรียนบูรณศักดิ์วิทยาจังหวัดเชียงใหม่
(2513)
มัธยมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนปลาย(ม.6) ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน
สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ (2545)
ปริญญาตรี ปริญญาตรีศิลปะศาสตร์บัณฑิต สาขาพัฒนาสังคมจากมหาวิทยาลัย
นเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศ พะเยา (2546-2548)

3. ประวัติการทำงาน

- เทศมนตรีเทศบาลตำบลสันกำแพง
- นักวิชาการประจำกรรมาธิการยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร
- ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนวัดทรายมูล
- นายกก่อตั้ง สโมสรไลออนส์เชียงใหม่สันกำแพงล้านนา
- สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียใหม่
- เจ้าของกิจการ ร้านเจริญการไฟฟ้า

4. ตำแหน่งทางสังคม(ปัจจุบัน)

- ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสันกำแพง
- คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมสันกำแพง
- ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
- คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
- องค์กรพี่เลี้ยงเพื่อสร้างหลักสูตรนำร่องส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดเชียงใหม่
- ประธานกำหนดยุทธศาสตร์ ด้านการท่องเที่ยวอำเภอสันกำแพง
เจริญ ติปัญโญ - ประธานชมรมเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนอำเภอสันกำแพง

5. ผลงานดีเด่น /ยั่งยืน

- โครงการปั่นจักรยานไหว้พระ 9 วัด เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชย์สมบัติ ครบ 60 ปี
- โครงการพัฒนาป่าชุมชนปงไหว ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วัฒนธรรม
หมู่ 4 บ้านม่วงเขียว ต.ร้องวัวแดง / หมู่ 7 บ้านป่าตึง ต ห้วยทรายอำเภอสันกำแพง
- โครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOPและสินค้าชุมชน ถนนภูมิปัญญากองผญาจาวยอง
หมู่ 4 บ้านดอนปีน ต.แช่ช้าง หมู่ 1 หมู่ 2 ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
- ส่งเสริมวัฒนธรรม โครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนวัดร้องวัวแดง
หมู่ 3 บ้านร้องวัวแดง ต.ร้องวัวแดง
- ส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ โครงการ “ถนนข้าวแต๋น”
- จัดเวทีเสวนา เยาวชนยุค IT โรงเรียนมัธยมสันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โครงการพัฒนาผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง

โครงการฝึกอบรม หลักสูตรผู้นำการเมืองท้องถิ่นยุคใหม่ 240 ชั่วโมง
โดย สถาบันพัฒนาผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong sub region Leadership Development institute.)
มูลนิธิสายรุ้ง เครือข่าย ยู แอล ซี ประเทศไทย

หลักการและเหตุผล
ในช่วงเวลาปัจจุบันนี้ กล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่โลกกำลังพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัด หรือที่กล่าวกันว่าเป็นยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ซึ่งเป็นยุคที่การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ในด้านสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ของแต่ละท้องถิ่น มีการแลกเปลี่ยนระหว่างกันมากขึ้น นอกจากนั้น ทางด้านการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเดียวกัน คือ การปรับเปลี่ยนไปสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น
ระบบการเมืองท้องถิ่นของไทย ปรากฏมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยตลอดมา เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับกระแสการเมืองโลก การปรับตัวให้มีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่เกิดควบคู่กันไปด้วยเพื่อรองรับการแข่งขันในด้านต่าง ๆ กับต่างประเทศ
ผู้นำหรือผู้บริหารรุ่นใหม่เป็นบุคคลสำคัญที่จะเป็นผู้แสดงหรือสนับสนุนบทบาททางการเมือง “ผู้นำ” แบบเดิมของท้องถิ่นไทยยังไม่สามารถแสดงบทบาทการเมืองให้เหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้การเมืองท้องถิ่นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ย่อมต้องการ “ผู้นำรุ่นใหม่” เพื่อเข้ามามีบทบาททางการเมืองให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ ดังจะเห็นได้จากกรณีการกำหนดนโยบายและการนำนโยบายไปปฏิบัติในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมยังขาดประสิทธิภาพ สภาวการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่ผันผวนเป็นสิ่งสะท้อนอย่างหนึ่งถึงความสามารถของผู้นำไทยที่มีไม่เพียงพอ ทำให้ยังไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ อีกทั้งนโยบายในระยะยาวสำหรับการพัฒนาสังคมที่สำคัญๆหลายประการ ก็ไม่ได้รับการวางแผนและเอาใจใส่อย่างจริงจัง
สังคมไทยปัจจุบันมีการกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นมากกว่าเดิม จึงมีความจำเป็นต้องสร้าง “ผู้นำท้องถิ่นรุ่นใหม่” ที่มีความรู้ความสามารถมีโลกทัศน์หรือวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สามารถวิเคราะห์และรับรู้กระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมท้องถิ่น ประเทศชาติและของโลกได้อย่างถูกต้อง เพื่อทำหน้าที่และแสดงบทบาททางการเมืองเชิงสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และตอบสนองต่อประชาชนได้อย่างเต็มที่
ปัจจุบันนี้สภาพสังคมไทยยังอยู่ในภาวะแตกแยกกันอย่างชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หากปล่อยทิ้งไว้และไม่รีบทำการแก้ไขโดยเร็ว อาจจะเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง
สถาบันพัฒนาผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง จึงได้พิจารณาจัดการศึกษาอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร ผู้นำการเมืองท้องถิ่นยุคใหม่ เพื่อให้ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำองค์กรภาคประชาสังคม ในจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้เข้าร่วมคิดหาแนวทางกับนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดแนวคิด สร้างทัศนคติ ค่านิยม และพฤติกรรมประชาธิปไตย ในการปฏิบัติหน้าที่ในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ที่การเมืองไทยมีการปรับทิศทางไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น (Democratization)
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
เพื่อให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรม บรรลุวัตถุประสงค์ดังนี้
1. ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคมระดับท้องถิ่นของประเทศไทยและของโลกตามลำดับ
2. มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในภาวการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต
3. พัฒนาแนวคิด ทิศทางและรูปแบบของการเป็นผู้นำทางการเมืองท้องถิ่น
4. เพิ่มพูนทักษะและพฤติกรรมการเป็นผู้นำทางการเมืองท้องถิ่นในการโน้มน้าว ผลักดันความคิด วิถีชีวิตในทิศทางประชาธิปไตย
5. พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและอุดมการณ์ทางการเมืองสำหรับผู้นำการเมืองท้องถิ่นที่ดีตามวิถีทางประชาธิปไตย
6. สร้างและพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนาผู้นำ โดยมีแรงบันดาลใจอันมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยเชิงสมานฉันท์
7. มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษพื้นฐานเพื่อการติดต่อสื่อสาร
8. ตระหนักถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น และเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ให้อยู่คู่ท้องถิ่นตลอดไป
9. สามารถใช้คอมพิวเตอร์ – อินเตอร์เน็ตในระดับพื้นฐานในการปฏิบัติงาน และติดต่อสื่อสารตลอดจนแสวงหาความรู้และข้อมูลอันเป็นประโยชน์
10. มีบุคลิกภาพที่ดีเหมาะสมกับการเป็นนักพัฒนาท้องถิ่น

เนื้อหาหลักสูตร

กลุ่มวิชาที่ 1 ระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองโลกยุคใหม่ 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 2 แนวคิดและทิศทางการพัฒนาการเมืองการปกครอง 7 ชั่วโมง
ในระบอบประชาธิปไตย
กลุ่มวิชาที่ 3 การเมืองภาคประชาชนและองค์กรประชาสังคม 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 4 การบริหารจัดการสถาบันทางการเมือง 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 5 ภาวะผู้นำสำหรับการพัฒนาท้องถิ่นยุคใหม่ 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 6 การบริหารท้องถิ่นกับนโยบายสาธารณะ 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 7 เทคโนโลยีสมัยใหม่กับการพัฒนาท้องถิ่น 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 8 ธรรมาภิบาลกับการจัดการท้องถิ่น 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 9 อุดมการณ์และจริยธรรมทางการเมืองท้องถิ่น 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 10 ประเด็นร่วมสมัยทางการเมืองท้องถิ่น 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 11 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 8 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 12 การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น 7 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 13 การดำเนินชีวิตตามรอยพ่อ 8 ชั่วโมง
กลุ่มวิชาที่ 14 ศาสนสัมพันธ์เพื่อสันติ 7 ชั่วโมง
รวม 100 ชั่วโมง

วิธีดำเนินการ - สถานที่

ใช้สถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำท้องถิ่นเชียงใหม่ มูลนิธิสายรุ้ง เป็นศูนย์ประสานงานและสถานที่หลักในการฝึกอบรม
1. ภาคทฤษฎี ประกอบด้วย
1.1 การบรรยาย
เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยมีอาจารย์และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ มีลักษณะเป็นการนำเสนอประกอบด้วยภาพรวม นำเสนอกรณีศึกษา การวิเคราะห์ปัญหาและการสัมมนา เพื่อเปิดโอกาสให้วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมมีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
1.2 การบรรยายพิเศษ
เป็นกิจกรรมพิเศษของหลักสูตรที่จัดให้มีการบรรยายโดยผู้ทรงคุณวุฒิระดับผู้นำที่มีประสบการณ์สูง เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับฟังนโยบายหรือวิสัยทัศน์ต่าง ๆ
1.3 ศึกษาเอกสารประกอบการบรรยายหรือเอกสารอ้างอิง
ตามที่อาจารย์หรือวิทยากรแนะนำ เพื่อช่วยเพิ่มพูนความรู้นอกเหนือจากการนำเสนอของวิทยากรในช่วงเวลาที่จำกัด เพื่อช่วยให้การศึกษาในห้องบรรยายมีคุณค่าและตรงกับเจตนารมณ์ของการจัดการศึกษาอบรม
2. การศึกษาดูงาน
มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์จากการศึกษาดูงานในหน่วยงานด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการด้านต่าง ๆ รวมทั้งกรณีศึกษาที่มุ่งวิเคราะห์เจาะลึกในเรื่องการเมืองการปกครอง โดยแบ่งออกเป็น
2.1 การศึกษาดูงานภายในประเทศ 1-2 ครั้ง
2.2 การศึกษาดูงานต่างประเทศ (ทั้งนี้เป็นไปตามมติที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณา)
3. ภาคปฏิบัติ
เป็นการสังเคราะห์ความรู้ที่ได้รับทั้ง 14 กลุ่มวิชา การศึกษาดูงาน และกรณีศึกษา โดยการจัดอบรมเข้มแบบ Intensive Training แบบอยู่ประจำการอบรมเข้มแบบ Sensitivity Training คือ การอบรมที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้ารับการศึกษาได้สัมมนา อภิปราย และระดมความคิดเห็นร่วมกัน เกี่ยวกับเนื้อหาทั้ง 14 กลุ่มวิชา ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน การจัดทำกรณีศึกษาและการนำเสนอข้อสรุปที่ได้จากการศึกษา รวมทั้งการพัฒนาทักษะและบุคลิกภาพเพิ่มเติม การอบรมเข้มจะมีระยะเวลาการปฏิบัติต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 วันๆ ละ 8 ชั่วโมง รวม 40 ชั่วโมง

ระยะเวลาในการศึกษาอบรม
การเรียนการสอนในหลักสูตรจะใช้เวลาเรียนประมาณ 4 เดือน แบ่งออกเป็น
1. การเรียนในชั้นเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน โดยเรียนทุกวันเสาร์ วันละ 6 คาบ และวันอาทิตย์ครึ่งวัน (คาบละ 1 ชั่วโมง) ระหว่างเวลา 09.00 - 16.00 น. วันอาทิตย์ 13.00 - 16.00 น.รวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง (100 ชั่วโมง) ณ ห้องฝึกอบรมที่สถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำท้องถิ่นเชียงใหม่
2. การศึกษาดูงานในประเทศ 1 -2 ครั้ง ( 40 ชั่วโมง )
3. ศึกษาดูงานและเข้ารับการสัมมนาต่างประเทศ 1 ครั้ง (50 ชั่วโมง)
3. การนำเสนอรายงานกรณีศึกษา ( 10 ชั่วโมง )
4. การศึกษาภาคปฏิบัติ ได้แก่กิจกรรมการจัดอบรมเข้มแบบ Sensitivity/Intensive Training แบบอยู่ประจำ ( 40 ชั่วโมง )




หลักสูตรการศึกษาดูงานต่างประเทศ (50 ชั่วโมง)
1. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องเดินทางไปศึกษาดูงานในประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ถือเป็นต้นแบบ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหราชอาณาจักร ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น
2. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องเข้าร่วมสัมมนากับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่รัฐบาลประเทศนั้นๆให้การรับรองวิทยฐานะในหัวข้อและหลักสูตรดังนี้
Coaching Skills for Innovative Leaders
Two-day course
Course descriptionDynamic and innovative leadership in today's organisations requires access to a rich toolbox of resources for successful and productive employee management. This course is designed to provide you with powerful coaching concepts developed through scientific research, that will support your ability to empower, challenge and collaborate to build a culture of commitment, engagement, responsibility and productivity. Studies have shown that emotional intelligence is one of the best predictors of a successful leader, along with the development of effective relationship management and mentoring skills. Strength-based leadership that includes a high self-awareness and the examination of values and self-limiting beliefs forms the foundation of this course. Learning methods employed include self-awareness and reflection exercises, experiential and interactive activities and the provision of materials and short lecture components.Who should attend?This course is for those in leadership positions who wish to acquire and reinforce the successful application of scientifically-validated leadership principles and build a greater resource kit for the support of positive employees and organisations.Learning outcomesBy the end of this course, you will have developed skills and resources to:- understand the application of emotional intelligence, contagion and mastery- build and support a dynamic and positive team environment through appreciative inquiry and team profiling- recognise and harness personal leadership competencies, and team and organisational strengths- engage in effective communication for positive, productive relationship building and change management- create a positive view of the future through effectively applying the skills of realistic optimism, and positive framing.Content- Emotional intelligence and contagion in a team and organisational environment- Harnessing and aligning personal and employee strengths and values for a productive and positive environment- Promoting alignment of values and goals at personal and organisational levels to access the power of meaning in, and at, work- Dealing with unproductive relationships and resistance, to build collaboration, and effective change processes and problem-solving- Reflective coaching for personal and organisational developmentStrategic Management
Course description The term 'strategy' is one which has become frequently used (and abused) in management. Application of the term to a variety of business activities at a variety of organisational levels has created some confusion about its true meaning. Strategy is important for all managers - to differing degrees - and it is obviously preferable to develop expertise in strategy before, rather than after, assuming a position of power and influence in an organisation. There are seven main topics in this course. Presenting strategy in this way has the advantage of breaking down this rather complex subject into bite-sized pieces. In this way you can gain an appreciation of the significance of each segment before moving onto the next one. Although strategy does comprise a number of separate activities, none of these can be practised in isolation from the others.Who should attend?The course is designed for anyone who is involved in developing and implementing strategy at a business or functional level.Learning outcomesBy the end of this course, you will:- be able to view all other management practices in a cohesive manner - as components in the overall process of enhancing long-run organisational performance- have an understanding of the theory and principles of strategic management and the resulting ability to practise 'strategic thinking'- gain the ability to perceive issues from an overall organisational perspective rather than from the perspective of a functional or technical specialist, and therefore will understand the major strategic options available to every organisation- possess a methodology and specifically a thinking tool that will move strategy from an abstract 'senior level, long term' view to a practical action-oriented master plan that will result in things (actually) being done.Content- Introduction and context of strategic management- Understanding competence and competitive advantage- Change and its impact on strategy- Overview of the strategy formulation process- Strategic analysis- Strategic options- Strategy implementationProject Management
Course descriptionProject management has evolved over the past four decades as a method by which one can manage complex multidisciplinary efforts of a technical or non-technical nature. This course introduces this extremely useful technique to novices and to seasoned practitioners in a structured manner. The key tasks of the project manager, namely planning the project and controlling the execution of the work, are dealt with by using a total process-based view of the project over its total life as a point of departure. In this way all management and supporting functions, such as contracting, team building, conflict management, etc are put into an overall perspective and are related to one another.Who should attend?This course has been designed for those who have, or are about to have, responsibility for managing projects at any level. The programme assumes that participants have no previous formal training in project management. The course is not focused to any particular sector or industry, and as such, is applicable for any industry, the private and public sectors, for-profit companies and not-for-profit organisations, and any individual or organisation wishing to develop a more strategic, focused and managed approach to delivering projects.Learning outcomesBy the end of this course, you will be able to:- understand the total project life cycle within a wider business context- communicate regarding this topic in a standardised terminology- define the work content of a project- plan all the project functions- control the project in terms of cost, schedule and deliverables- deal with issues such as staffing, contracts, conflict, etc that support the project management effort- be aware of parameters to sensibly select project management software.ContentProject Definition:- Principles of project management and where they may be applied- Components of the total project life cycle and why each is needed- Establishment and control of contractual, cost, schedule and performance baselines- Definition of a work breakdown structure for a projectProject Planning:- Preparation of a statement of work- Allocation of resources to tasks- Definition of task logic (programming the project)- Allocation of time as a resource (scheduling the project)- Preparation of a project budgetProject Control:- Cost control by determining cost variance- Schedule control by determining schedule variance- Control of the technical/deliverable aspects of the project

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการศึกษาอบรม
คุณสมบัติของผู้เข้ารับการศึกษา คือ บุคคลที่มีบทบาททางการเมืองท้องถิ่นโดยตรง หรือบุคคลที่ปฏิบัติงานหรือทำหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองท้องถิ่น จำนวน 50 คน ได้แก่
1. นักการเมืองระดับท้องถิ่น หรือผู้นำประชาสังคม
2. ที่ปรึกษาและผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับองค์กรท้องถิ่น เช่น สื่อมวลชน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำธุรกิจเอกชน ฯลฯ
3. ผู้ที่สนใจด้านการเมืองท้องถิ่นทั่วไป
4. สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นอย่างต่ำหรือมีประสบการณ์ทางการเมืองท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี ณ วันที่สมัคร

จำนวนผู้เข้ารับการศึกษาอบรม
ประมาณ รุ่น ละ 20 คน

เกณฑ์การจบการศึกษาอบรม
ผู้เข้ารับการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบันพัฒนาผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. มีเวลาเข้าเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด
2. มีการเข้าร่วมกิจกรรมในการศึกษาอบรมตามกระบวนการของหลักสูตร
3. นำเสนอผลงานตามที่กำหนดในหลักสูตรและส่งตามกำหนดเวลา
4. ไม่ดำเนินการใด ๆ อันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียชื่อเสียงของสถาบัน

ผลผลิตของหลักสูตร
ได้ผู้นำท้องถิ่นและประชาสังคมรุ่นใหม่ ที่มีศักยภาพ มีวิสัยทัศน์ มีอุดมการณ์และแรงบันดาลใจอันแรงกล้าในการนำสังคม ก้าวผ่านวิกฤตการณ์ทางการเมืองสู่สังคมประชาธิปไตย

ผลลัพธ์ของหลักสูตร
ผู้นำรุ่นใหม่ มีการสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างค่านิยมใหม่ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย นำความเข้มแข็งมาสู่สังคมรากหญ้าอย่างยั่งยืน

ผลสำเร็จ
สังคมไทยเป็นสังคมประชาธิปไตยเชิงสร้างสรรค์ที่เข้มแข็ง โดยอาศัยความเข้มแข็งจากภาคประชาสังคมและท้องถิ่น เป็นสังคมต้นแบบแก่สังคมประเทศต่างๆในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

หน่วยงานผู้เสนอและรับผิดชอบดำเนินการ
1. สถาบันพัฒนาผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง โดย มูลนิธิสายรุ้ง
2. เครือข่ายองค์กรตามรอยพ่อ
3. หมู่บ้านคนเมือง
4. เครือข่าย ยูนิเวอร์ซอล ไลฟ์ เชริสท์ มินิสทรี้ ประเทศไทย (ยู แอล ซี ประเทศไทย)

หน่วยงานผู้ให้การสนับสนุนงบประมาณ
1. รัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทยและเพื่อนบ้าน
2. รัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาและองค์กรอื่นๆ ในระดับนานาชาติ
3. องค์กรภาคเอกชน ประชาสังคม และปัจเจกชน

คณะกรรมการบริหารหลักสูตร

1. อาจารย์พัลลภ สุวรรณมาลิก ที่ปรึกษากิติมศักดิ์
2. ดร.อนุสรณ์ คุณานุสรณ์ ประธานกรรมการ
3. ดร.ไพลิน กาญจนภานุพันธ์ รองประธานกรรมการ
4. พลตรี ธีรภัทร์ อ่อนอรุณ กรรมการ
5. ศาสนาจารย์ ดร.วีรพล ประวัง กรรมการ
6. ดร.สมชาย กุลปะลานนท์ กรรมการ
7. ดร.การุณ คุณยศยิ่ง กรรมการ
8. ดร.นะภา หอมเสียง กรรมการ
9. ดร.เกียรติศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ กรรมการ
10. ดร.กรีฑา เพียรเกิดสุข กรรมการ
11. ดร.สุทัศน์ ตาแสงร้อย กรรมการ
12. อาจารย์กมล นำบุญจิตต์ กรรมการ
13. อาจารย์สมศรี คำลือ กรรมการ
14. อาจารย์นิคม พรหมมาเทพย์ กรรมการ
15. อาจารย์สมหมาย คำภีระ กรรมการ
16. ดร.อุบล ทัศนโกวิทย์ กรรมการ
17. จ่าสิบเอกประพัฒน์ อภัยใจ กรรมการ
18. ดร.นพดล ก้อนคำ กรรมการและเลขานุการ
19. ดร.สมนึก สิริศักดาวุฒิ ผู้ช่วยเลขานุการ


ค่าธรรมเนียม
1. ค่าฝึกอบรมในประเทศ คนละ 30,000 บาท
2. ค่าศึกษาดูงานในต่างประเทศ คนละ 120,000 บาท

งบประมาณที่ใช้ดำเนินการต่อ 1 รุ่นการฝึกอบรม
3,000,0000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)

หลักฐานการสมัคร
1. รูปถ่าย 2 นิ้ว หน้าตรงไม่สวมหมวก ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 2 ใบ
2. สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
4. สำเนาใบประกาศนียบัตรของสถานศึกษาพร้อมลงนามรับรองสำเนา
5. หนังสือรับรองขององค์กรท้องถิ่นหรือหน่วยงานต้นสังกัด
6. หนังสือยินยอมของหัวหน้าหน่วยงาน (ถ้ามี)
7. สำเนาหนังสือเดินทาง มีอายุคงเหลือไม่ต่ำกว่า 9 เดือน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

เกณฑ์การคัดสรรผู้เข้ารับการฝึกอบรม
1. โดยการสอบสัมภาษณ์ตามเกณฑ์ของคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
2. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น ณ วันประกาศรับสมัคร จะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรก ในกรณีที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมากกว่าจำนวนที่รับ ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 3 ใน 4 ของจำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่รับได้ในแต่ละรุ่น

ยู แอล ซี ประเทศไทย

ยู แอล ซี ในประเทศไทย [ULC THAILAND]
สถานที่ตั้ง
ศูนย์ประสานงานในประเทศ หมู่บ้านพิมุกข์ เลขที่ 333 หมู่ที่ 3 ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย
จังหวัดเชียงใหม่ 50210 โทรศัพท์ 053350333 E-mail : dr.somchai_pimuk@hotmail.com
ศูนย์ประสานงานต่างประเทศ หมู่บ้านคนเมือง เลขที่ 99 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยทราย อำเภอสันกำแพง
จังหวัดเชียงใหม่ 50130 โทรศัพท์ +66819981755 E-mail : dr.noppadol@gmail.com
สำนักงานใหญ่ เลขที่ 5/2 ซอย 6 ถนนราษฎร์อุทิศ ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000
โทรศัพท์ 053247830 Email : ulc_thai @ hotmail .com
ความเป็นมา

ยู แอล ซี ในประเทศไทยเริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 เดือน สิงหาคม ค.ศ. 2005 โดยการประกาศสถาปนาขององค์กร Universal Life Church ผ่าน Universal Ministries มีสำนักงานใหญ่ที่ ULC administrative headquarters in Modesto 601 Third Street Modesto, CA 95351 ซึ่งเป็นองค์กรทางศาสนาตามบัญญัติกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมี ผู้ปกครอง ดร.นพดล ก้อนคำ เป็นผู้ประสานงานกับ ULC ประเทศสหรัฐอเมริกา ในตำแหน่ง Minister และ Minster of peace.
จากนั้น ULC ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เห็นความตั้งใจที่ ผป. ดร.นพดล ก้อนคำ ได้ทำงานและมีผลงานอย่างต่อเนื่อง และยังได้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีตลอดมา ULC ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงมีแนวคิด ที่จะเพิ่มการทำงาน เพื่อสนับสนุน ULC ในประเทศไทย ให้เข้าสู่ระบบการดำเนินงานของ ULC ที่สหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัย ในเครือข่ายของ ULC ทั้ง 40 ประเทศ เนื่องจาก ULC เป็นองค์กรทางศาสนา จึงได้ติดต่อประสานงานกับศูนย์ข่าวประเสริฐนานาชาติ ซึ่งสังกัดมูลนิธิสายรุ้ง และได้แต่งตั้ง ศบ. ดร. วีรพล ประวัง เป็นศาสนาจารย์ของ ULC ในประเทศไทย โดยมี ดร.นพดล ก้อนคำ เป็นเลขาธิการ และ ดร.อนุสรณ์ คุณานุสรณ์ เป็นอาจารย์ผู้สั่งสอนประจำของ ULC ในประเทศไทย และ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2009 ULC ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แต่งตั้ง ดร. สมชาย กุละปาลานนท์ ดร.นภา หอมเสียง ดร.การุณ คุณยศยิ่ง ดร.เกียรติศักดิ์ วงค์รัตนวรรณ เป็นกรรมการ ULC ในประเทศไทย ในตำแหน่ง Minister of peace.
พันธกิจของ ULC ได้ก้าวหน้าเป็นลำดับ จนสามารถสถาปนาองค์กรเป็น “เครือข่ายประชาสังคม” ซึ่งมีสมาชิกมากมาย จากหลากหลายความเชื่อ อาชีพและวัตถุประสงค์ ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ตราและสัญลักษณ์




เป้าหมายของ ULC ในประเทศไทย
“ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำในทุกระดับชั้นของสังคม และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เพื่อสันติภาพ”

จุดประสงค์ของ ULC ในประเทศไทย
1. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพผู้นำในทุกระดับชั้น โดยใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การศึกษาวิจัยและนวัตกรรมทางศึกษาแนวใหม่
2. เพื่อการพัฒนาจิตวิญญาณสากล ส่งเสริมกระบวนการสิทธิมนุษยชน และการปกครองระบอบประชาธิปไตยเชิงสร้างสรรค์
3. เพื่อการสถาปนาสันติภาพสากล นำคุณธรรมค้ำจุนสังคม สร้างสรรค์ประชากรแห่งคุณความดี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม นำพาประชาสังคมให้เข้มแข็ง สร้างเครือข่ายเกื้อกูลกัน สร้างความผาสุก มั่งคั่ง แก่สังคมไทยและภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในทุกมิติ

คณะกรรมการบริหารงานของ ULC ในประเทศไทย
1. ศจ. ดร.วีรพล ประวัง ประธานกรรมการ
2. ดร.สมชาย กุละปาลานนท์ รองประธานกรรมการ
ดูแลงานด้านงบประมาณและการหาทุน
เป็นประธานกลุ่มผู้ที่ได้รับปริญญาเอกฯ จาก ULC ในประเทศไทย
3. ดร. นพดล ก้อนคำ เลขาธิการ / ผู้ประสานงานฝ่ายต่างประเทศกับ ULC ประเทศไทย
4. ดร.กรีฑา เพียรเกิดสุข เหรัญญิก
5. ดร.นะภา หอมเสียง กรรมการ
เป็นประธานฝ่าย การจัดหาทุน
6. ดร.การุณ คุณยศยิ่ง กรรมการ
เป็นประธานฝ่ายกิจกรรม
7. ดร.เกียรติศักดิ์ วงค์รัตนวรรณ กรรมการ
เป็นประธาน ฝ่ายประสานงานในประเทศไทย
8. ดร.สมนึก สิริศักดาวุฒิ กรรมการ
ประธานฝ่าย สถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำ

กรรมการที่ปรึกษา
1. ดร.อนุสรณ์ คุณานุสรณ์ ประธานกรรมการ
2. ดร.พัลลพ สุวรรณมาลิก กรรมการ
3. นายประพันธ์ บูรณุปกรณ์ กรรมการ
4. ดร.อุบล ทัศนโกวิทย์ กรรมการ

คณาจารย์ประจำ ULC ในประเทศไทย
1. ดร.อนุสรณ์ คุณานุสรณ์
2. ดร.ไพรินทร์ กาญจนภานุพันธ์
3. ดร.นพดล ก้อนคำ
4. ดร.สุทัศน์ ตาแสงร้อย
5. ดร.สมนึก สิริศักดาวุฒิ

คณาจารย์พิเศษ ULC ในประเทศไทย
1. ดร.พัลลพ สุวรรณมาลิก
2. ดร.อุบล ทัศนโกวิทย์
3. พลตรีธีรภัทร อ่อนอรุณ
4. ดร.กมล นำบุญจิตต์
5. ดร.สมชาย กุละปาลานนท์
6. ดร.นะภา หอมเสียง
7. ดร.การุณ คุณยศยิ่ง
8. ดร.เกียรติศักดิ์ วงค์รัตนวรรณ
9. ดร.กรีฑา เพียรเกิดสุข
10. อ.นิคม พรหมมาเทพย์

เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของ ULC ในประเทศไทย

1. คุณ จิรานีจ์ เขื่อนพันธ์ ผู้ช่วย ฝ่ายประสานงานในประเทศไทย
หัวหน้างานธุรการ / เลขานุการ
2. คุณพิชนันท์ หลุกแก้ว ผู้ช่วย ผู้ประสานงานฝ่ายต่างประเทศ
ด้านการสัมมนา / อบรมและศึกษาดูงานต่างประเทศ
3. คุณจีรนันท์ ฤทธิยา ผู้ช่วย ฝ่ายกิจกรรม
ด้านการประชุม / อบรม-สัมมนาในประเทศ / พิธีมอบปริญญาบัตรฯ

ตำแหน่งและหน้าที่ของคณะกรรมการ ULC ในประเทศไทย
คณะกรรมการอยู่ในวาระครั้งละ 4 ปีและมีการแต่งตั้งโดยการลงคะแนนลับ
1. ตำแหน่งประธานคณะกรรมการ
มีหน้าที่ดังนี้
1.1 เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและในพิธีต่างๆ
1.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ลงลายมือชื่อในเอกสารทุกอย่าง แต่เพียงผู้เดียว
1.3 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ตรวจและสอบถาม งานของทุกฝ่ายได้ตลอดเวลา
1.4 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ควบคุม ดูแล จัดการบริหารงานของ ULC ในประเทศไทย
1.5 ต้องเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด ในมติที่ได้ผ่านการเห็นชอบและมีการรับรองจากคณะกรรมการ
1.6 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินของ ULC ในประเทศไทยตามมติคณะกรรมการ
1.7 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ สั่งจ่ายเงินได้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท


2. ตำแหน่ง รองประธานกรรมการ
มีหน้าที่ดังนี้
2.1 มีสิทธิ์และอำนาจ ทำหน้าที่แทนประธาน เมื่อประธานไม่อยู่ หรือเมื่อได้รับมอบหมายจากประธานฯทั้งทางวาจาและเป็นลายลักษณ์อักษร
2.2 เป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือ สนับสนุนประธานในการบริหารงานทุกด้าน
2.3 มีสิทธิ์และอำนาจทุกอย่าง รองจากประธาน

3. ตำแหน่งเลขาธิการ
มีหน้าที่ดังนี้
3.1 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ งานด้านเอกสาร และงานธุรการทุกอย่าง
3.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ เรียกคณะกรรมการประชุมทุกครั้ง
3.3 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ จัดระบบ, โครงสร้างและพัฒนางานของULC ในประเทศไทย
เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
3.4 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ เป็นทูตเจรจา ประสานงานทุกด้านให้เรียบร้อย
3.5 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ลงนามในเอกสารหรือหนังสือต่างๆ ในการติดต่อกับส่วนราชการหรือหน่วยงานองค์กรต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ

4. ตำแหน่ง เหรัญญิก
มีหน้าที่ดังนี้
4.1 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ดูแลรักษาและทำบัญชีการเงินให้ถูกต้องและเรียบร้อย
4.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ รายงานการเงินต่อคณะกรรมการเมื่อมีการประชุมและเมื่อมีวาระรายงานการเงิน
4.3 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ จ่ายเงินเมื่อมีการอนุมัติและมีการลงลายมือชื่อ การสั่งจ่ายจากประธานเท่านั้น

5. ตำแหน่งกรรมการ ประธานฝ่ายการหาทุน
มีหน้าที่ดังนี้
5.1 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ วางแผนงานทางด้านการเงินและเสนอต่อคณะกรรมการ
5.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ วางโครงการ เพื่อเป็นแนวทางในการหางบประมาณให้กับULCประเทศไทย

6. ตำแหน่งกรรมการ ประธานฝ่ายกิจกรรม
มีหน้าที่ดังนี้
6.1 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ วางแผนงานด้านกิจกรรมต่างๆเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
6.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ดูแล จัดเตรียม และจัดการงานฝ่ายกิจกรรมทุกอย่างให้เรียบร้อย

7. ตำแหน่ง กรรมการ ประธานฝ่ายประสานงานต่างๆในประเทศไทย
มีหน้าที่ดังนี้
7.1 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ส่งข่าวสารและประชาสัมพันธ์
7.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ เป็นผู้ประสานงานงานของ ULC ในประเทศไทยกับองค์กรต่างๆ
7.3 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ เป็นผู้เจรจางานและประสานฝ่ายต่างๆ ให้เกิดความเรียบร้อย

8. ตำแหน่ง กรรมการ ประธานฝ่ายสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำ
มีหน้าที่ดังนี้
8.1 ดูแล บริหารจัดการ ควบคุม งานสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำ
8.2 วางแผนงานและโครงการต่างๆ ของสถาบันฯ เพื่อนำเสนอต่อคระกรรมการ
8.3 สรุปผลงาน และรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ทุกๆ 3 เดือน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของ ULC ในประเทศไทย
1. คุณจิรานีจ์ เขื่อนพันธ์
ตำแหน่ง ผู้ช่วยฝ่ายประสานงานในประเทศไทย ( ดร.เกีรติศักดิ์ วงค์รัตนวรรณ )
หัวหน้างานธุรการ / เลขานุการ
มีหน้าที่ดังนี้
1.1 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ช่วยประสานงาน งานต่างๆภายในประเทศไทย
1.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ดูแล ควบคุม จัดการบริหาร งานด้านเอกสารให้เรียบร้อย
1.3 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ บันทึกการประชุม เมื่อมีการประชุมทุกครั้ง
2. คุณพิชนันท์ หลุกแก้ว
ตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้ประสานงานฝ่ายต่างประเทศ (ดร.นพดล ก้อนคำ)
มีหน้าที่ดังนี้
2.1 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ จัดโครงการ, จัดเตรียม ,ประสานงาน ด้านการสัมมนา , อบรม
และการศึกษาดูงานต่างประเทศ ของ ULC ในประเทศไทย
2.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ช่วยงานเลขาธิงาน เกี่ยวกับงานฝ่ายต่างประเทศ
3. คุณจีรนันท์ ฤทธิยา
ตำแหน่ง ผู้ช่วย ฝ่ายกิจกรรม (ดร.การุณ คุณยศยิ่ง )
มีหน้าที่ดังนี้
3.1 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ ช่วยจัดการ จัดเตรียมความพร้อม ดูแลงานเมื่อมีการประชุมคณะกรรมการ
ทุกครั้ง / การอบรม-สัมมนา ULC ในประเทศไทย / พิธีมอบปริญญาบัตรฯ และพิธีอื่นๆ /งานเลี้ยง
3.2 มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ บริหารจัดการ การรับรองแขกของ ULC ประเทศไทย

ระเบียบปฏิบัติงานของ ULC ประเทศไทย
1. ทุกคนเป็นอาสาสมัคร ที่เต็มใจรับตำแหน่งและหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
2. ผู้ปฏิบัติทุกคนต้องทำงานเพื่อให้เป้าหมายและจุดประสงค์ ของ ULC ประเทศไทยนั้นเกิดผลและเจริญขึ้น
3. งานทุกอย่างจะต้องยึดเอาระบบการบริหาร / มติของคณะกรรมการ เป็นสำคัญ
4. คณะกรรมการมีสิทธิ์และอำนาจสูงสุดในการบริหารจัดการ
เงื่อนไขของผู้ที่จะขอรับปริญญาเอก กิตติมศักดิ์
จาก ULC ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือจากมหาวิทยาลัยในเครือข่ายของ ULC จาก 12 ประเทศ

1. ผู้ที่จะขอรับปริญญาเอก ดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ต้องกรอกใบสมัคร พร้อมแนบเอกสารต่างๆให้ครบ
เพื่อคณะกรรมการ ULC ประเทศไทยจะได้พิจารณา
2. เมื่อผ่านการเห็นชอบ และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ULC ประเทศไทยแล้ว ผู้สมัครขอรับปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จะต้องลงทะเบียนเข้าเป็นนักศึกษา เพื่อจะขอรับปริญญาเอก กิตติมศักดิ์ จาก ULC ประเทศสหรัฐอเมริกา และจากมหาวิทยาลัยในเครือของ ULC
3. ผู้ที่จะได้รับปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก ULC จะต้องเข้ารับการอบรม เรียนรู้ ตามหลักสูตรของ ULC ให้ครบ โดยอบรม เรียนรู้ ในประเทศไทย จากคณาจารย์ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก ULC ประเทศสหรัฐอเมริกา
4. ผู้ที่จะได้รับปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จะต้องได้รับใบรับรองหรือใบประกาศนียบัตร ที่ได้ผ่านการอบรม / สัมมนา และการศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัย ULC หรือมหาวิทยาลัยในเครือข่ายของ ULC
5. ผู้ที่จะได้รับปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จะต้องจัดทำเอกสารรายงาน ผลการทำงาน และประสบการณ์ชีวิตอันเป็นการแสดงว่า ท่านสมควรจะได้รับปริญญาเอก กิตติมศักดิ์ จาก ULC ไม่ต่ำกว่า 10,000 คำ
6. ผู้ที่จะเข้ารับปริญญาเอก กิตติมศักดิ์ ดุษฎีบัณฑิตตามกำหนดการของ ULC ประเทศไทย ทุกท่านต้องนำ ใบปริญญาเอก กิตติมศักดิ์ ดุษฎีบัณฑิต ไปให้สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย (ที่กรุงเทพ) ตรวจสอบและรับรองในความถูกต้องและนำใบปริญญาเอก กิตติมศักดิ์ ไปแจ้งกับรัฐมนตรีกระทรงศึกษาธิการได้รับทราบต่อไป
7. ผู้ที่จะได้รับปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ต้องเข้าร่วมในพิธีมอบรับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ ตามกำหนดการ
8. ผู้ที่ได้รับปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก ULC ต้องใช้ความรู้ ความสามารถและมีเจตนารมณ์รวมกันเป็นหนึ่งเพื่อประโยชน์แก่ ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไป ตามโครงการ “ตามรอยพ่อ”

คุณสมบัติของผู้ที่จะขอรับปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
1. มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป
2. เป็นผู้ที่ ทำคุณประโยชน์ คุณความดีให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติ
3. เป็นผู้ที่ มีความเชื่อถือในศาสนา และมีหลักธรรมนำชีวิต
4. เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากชุมชน สังคม และประเทศชาติ
5. มีความตั้งใจที่จะร่วมพัฒนา ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ที่จะนำไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุข

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอรับปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
1. แบบฟอร์ม การสมัครขอรับปริญญาเอก กิตติมศักดิ์ 1 ชุด
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 3 ใบ
3. สำเนาทะเบียนบ้าน 3 ชุด
4. สำเนาวุฒิการศึกษาสูงสุด 3 ชุด
5. สำเนาใบประกาศเกียรติคุณต่างๆ อย่างละ 2 ชุด
6. รูปสี หน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว 6 ใบ
7. รูปครอบครัว 2 ใบ
8. เขียนบทความ “สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการเห็น ต้องการทำ ให้กับชุมชน สังคมและประเทศชาติ” 2 หน้ากระดาษ เอ 4



Oxford Doctoral Gown (ULC D.D.,D.RS.)
Finest of the finest Custom Doctoral Gown. Tailored on a traditional pattern with lined bell sleeves, cuffs and buttons, the Oxford gown offers the wearer complete choice of the finest black or degree color silk velvets, all carefully blind-stitched in place and elegantly trimmed in gold metallic or black piping The Oxford has both a concealed zipper as well as hook and eye closure. The Oxford boasts generous front pleats,a beautiful draped yoke and braided cord and button,neck edge trim and hand fluted shoulders and back for a luxurious and padded look and feel. A five-inch hem at the bottom of the gown with a ribbon-faced edge ensures quality finish and optimum draping effect.The Oxford gown comes complete with a hood attachment button and dual pockets and slit openings. The Oxford is created using the finest fabric available, 100% Lyric polyester faille.


Doctorate of religious Degree gown.